| |||
| |||
|
วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556
ภัยเงียบจากกล่องโฟม… กินสบายแต่ตายเร็ว
ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลกสร้างสถิติทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์
ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลกสร้างสถิติทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ยอด จำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลกประจำปีที่แล้วเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งแรก เท่ากับว่าสามารถนำมาประกอบอาหารเลี้ยงประชากรทั่วทั้งโลกได้ครบ 3 มื้อนานกว่า 1 เดือน
รายงานที่จัด ทำโดยสมาคมผู้ประกอบธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของญี่ปุ่น ( ดับเบิ้ลยูไอเอ็นเอ ) ระบุว่า ปริมาณการจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลกประจำปีที่แล้วอยู่ที่กว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4.06 ล้านล้านบาท ) โดยจีน ซึ่งรวมถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงครองแชมป์ผู้บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสูง ที่สุดประจำปีที่แล้ว ด้วยปริมาณการนำเข้าและจำหน่ายที่สูงกว่า 44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.27 ล้านล้านบาท ) รองลงมาคืออินโดนีเซีย 14.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4.08 แสนล้านบาท ) ตามด้วยญี่ปุ่น 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.56 แสนล้านบาท ) และเวียดนาม 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.47 ล้านล้านบาท )
นายโนริโอะ ซากูราอิ นักวิเคราะห์ของดับเบิ้ลยูไอเอ็นเอ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโอซากา กล่าวว่า ตัวเลขที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปมีต้นกำเนิดที่ญี่ปุ่น ได้รับการคิดค้นและพัฒนาเป็นครั้งแรกโดยนายโมโมฟูคุ อันโด นักวิจัยของบริษัท นิชชิน ฟู้ดส์ ก่อนออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2501 ในชื่อ “ชิคิน ราเมน”
วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556
ความผูกพันเล็กๆ
| |||
| |||
| |||
| |||
|
วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556
10 อันดับ วัตถุต้องคำสาป
Maori Warrior Masks
ชาว
เมารีเป็นชนพื้นเมืองในนิวซีแลนด์ที่ได้ใช้เวลาเกาะสลักหน้ากาและรูปปั้น
ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปสนามรบ ตามความเชื่อของชาวเมารี
หากนักรบคนใดเสียชีวิตจากการสู้รบ ดวงวิญญาณของพวกเขาจะสิ่งสถิตในหน้ากาก
และกลายเป็นหน้ากากต้องสาปที่เป็นภัยคุกคามคนอื่นๆ
โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์และช่วงมีประจำเดือนจะเป็นอันตรายมากหากเข้ใกล้
ด้วยเหตุนี้ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษจึงมีป้ายเตือนผู้หญิงให้ทราบในขณะรับชม
หน้ากากของชนเผ่ามารี
9
Koh-i-Noor Diamond
เพ
ชรโก อิ นัวร์ (มีความหมายว่าภูเขาแห่งแสงสว่าง) เป็นเพชรหนักกว่า 186
1/16 กะรัต (37.21 กรัม)
ที่มีความเก่าแก่ที่สุดทฃในบรรดาเพชรที่มีชื่อเสียงต่างๆ จากทั่วโลก
เพชรดังกล่าวถูกยึดมาจากลีปซิงห์ในปี ค.ศ. 1850
โดยบริษัทอังกฤษอินเดียตะวันออก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมงกุฏเพชรอังกฤษ
โดยตำนานฮินดูโบราณเชื่อว่าพระกฤษณะเป็นผู้สวมใส่เพชรเม็ดนี้
กล่าวกันว่าผู้ใดครองเพชรเม็ดนี้จะได้ครองโลก หากแต่จะพบโชคร้ายของมันด้วย
โดยเจ้าของเพชรจะพบแต่ความขัดแย้งและความรุนแรง ตัวอย่างเช่น เชอร์ ชาห์
ซูรินาเม แห่งอินเดียได้พ่ายแพ้สนามรบ
จักรพรรดิหุมายุนได้เพชรต่อมาก็เสียชีวิตจากการถูกระเบิด ลูกชายชาลัล
ถูกฆ่าตายโดยพี่ชายของเขา
ซึ่งจะยกเว้นพระเจ้าหรือผู้หญิงเท่านั้นที่สวมเพชรเม็ดนี้โดยไม่ต้องคำสาป
แต่อย่างใด
8
Terra Cotta Army
ใน
ปี 1974 กลุ่มชาวเกษตรกร 7 คนได้ค้นพบโบราณคดีที่น่าอัศจรรน์
นั้นคือกองทัพของทหารดินเผาที่ถูกฝังใต้ดิน ในหมู่บ้านซีหยาง เมืองหลินถง
ซึ่งกองทัพทหารดินเผานั้นมีการปั้นที่มีความละเอียดสมจริง
ตัวหุ่นสวมชุดเกราะมีคันธนู และลูกธนูทองเหลือง
และเมื่อมีการค้นหาเพิ่มเติมก็พบว่ามีรูปปั้นทหารและรถม้าดินเผามากกว่า
8,000 ตัว และรถม้าไม้ 100 คัน ในอาณาเขตพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร
เชื่อว่าเป็นหนึ่งในสุสานของฉินสื่อหวง ที่ยิ่งใหญ่ของจีน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการค้นพบจะมีคุณค่าทางโบราณคดีและมีชื่อเสียงของประเทศ
มากเพียงใด
หากแต่กลุ่มเกษตรกรที่พบดินเผาะพวกนี้กลับต้องพบกับคำสาปและความโชคร้าย
สามในกลุ่มเกษตรเสียชีวิตไม่กี่สิบปีต่อมาทั้งที่ยังหนุ่ม
เกษตรกรที่เหลือลาออกและทำงานแรงงานขั้นต่ำทั้งที่เต็มไปด้วยหนี้และโรคภัย
ไข้เจ็บ
7
Crying Boy Painting
ภาพ
แด็กร้องไห้เป็นภาพชุดซีรีย์โดยจิตกรจี บราโกลิน
ที่หลายคนเชื่อว่าจิตกรคนดังกล่าวใช้เด็กชายโชคร้ายที่สูญเสียครอบครัวจาก
เพลิงไหม้ลึกลับคนหนึ่งเป็นต้นแบบร่างภาพ
ซึ่งรูปถ่ายดังกล่าวเป็นที่นิยมมากในอังกฤษ หากแต่เวลาต่อมาในปี 1980
ก็กลายเป็นตำนานเมืองว่ากันว่าเป็นภาพต้องสาป
หากใครแขวนภาพบนนี้ในบ้านก็จะเกิดไฟไหม้บ้านลึกลับ
และที่น่าแปลกใจคือในขณะที่บ้านและข้าวของไหม้เป็นเถ้าถ่าน
หากแต่มีภาพวาดเด็กร้องไห้
ผนังที่แขวนเท่านั้นที่ไม่ไฟจากเปลวเพลิงอย่างน่าพิศวง
6
เด ลี เพอร์เพิล แซฟไฟร์ หรือไพลินม่วงแห่งเดลี เชื่อว่าหินถูกปล้นมาจากวัดอินเดีย ในช่วงกลางปี 1800 กล่าวกันว่าใครที่ครอบครองมันจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพและการเงินแก่ผู้เป็น เจ้าของ ตัวอย่างเช่นเอ็ดเวิร์ด เฮรอนอัลเลน นักเขียนเขียนชื่อดังที่ได้ครอบค
เด
ลี เพอร์เพิล แซฟไฟร์ หรือไพลินม่วงแห่งเดลี
เชื่อว่าหินถูกปล้นมาจากวัดอินเดีย ในช่วงกลางปี 1800
กล่าวกันว่าใครที่ครอบครองมันจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพและการเงินแก่ผู้เป็น
เจ้าของ ตัวอย่างเช่นเอ็ดเวิร์ด เฮรอนอัลเลน
นักเขียนเขียนชื่อดังที่ได้ครอบครองไพลินนี้
จนเกิดเรื่องโชคร้ายแก่เขาและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพและการเงิน
แม้เขาพยายามโยนมันลงไปในคลองเพื่อกำจัดมันให้พ้นทาง
แต่สามเดือนต่อมามันยังกลับคืนสู่เจ้าของ
จนเขาต้องส่งมันไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน
พร้อมกับมีคำแนะนำว่าห้ามให้ใครแตะต้องสัมผัสมันหลังจากตายของเขา
5
Hope Diamond
เพ
ชรโฮป เป็นเพชรขนาดใหญ่ หนัก 45.52 กะรัต (9.10 กรัม) สีน้ำเงินเข้ม
ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสมิธโซเนียนในกรุง
วอชิงตัน ดี.ซี. เพชรโฮปได้รับการอธิบายว่าเป็น
"เพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก"และเป็นเพชรที่มีคำสาป
ซึ่งมันมีประวัติศาสตร์บันทึกยาวนานเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้งระหว่างทาง
จากอินเดียไปฝรั่งเศส ไปอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
โดยผู้ที่เป็นเจ้าของนั้นจะพบกับความโชคร้าย
ความตายที่เกิดจากการฆาตกรรมและโศกนาฏกรรมอื่นๆ
โดยเจ้าของคนแรกคือพ่อค้าเพชรชาวฝรั่งเศสชอง-แบปตีส ตาแวร์นีเย
ซึ่งเขาได้นำเพชรนี้ลอบเข้าไปในปารีสซึ่งตามตำนานกล่าวว่าเขาถูกหมาป่ากิน
4
Uluru Rocks
เอ
เยอร์สร็อค หรือ อูลูรู
เป็นหินยักษ์ที่ตั้งตระหง่านในชนบทของออสเตรเลียที่มีนักท่องเที่ยวหลายพัน
คนเข้าชมมากมายในแต่ละปี
ซึ่งสำหรับชาวอะบอริจินิสถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
และเนื่องจากหินยักษ์นั้นเม็ดหินเรียบและมีเม็ดแร่สวยงามเพราะมีหินต่างๆ
หลายชนิดรวมกัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวบางคนเอาชิ้นส่วนหินกลับบ้านด้วย
นอกจากจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายที่เอาชิ้นส่วนหินออกนอกประเทศแล้ว
หินนั้นยังเป็นมีคำสาปแช่งหากใครครอบครองมันจะนำมาซึ่งโชคร้าย
โดยเฉพาะหากนำชิ้นส่วนออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมัน
ซึ่งส่วนมากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะโดนคำสาปกันถ้วนหน้าและมักส่งหินของพวก
เขาทางพัสดุกลับไปยังประเทศออสเตรเลียพร้อมกับข้อความขอโทษ
3
Black Orlov
เพชร
แบล็ก ออร์โลฟ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ " เนตรแห่งพรหม" ขนาด 67.50 กะรัต
ค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ในประเทศอินเดีย
กล่าวกันว่าเป็นดวงตาของพระพรหมที่ถูกขโมยมาตามความชื่อของนักบวชศาสนาฮินดู
ซึ่งอัญมณีถูกส่งผ่านไปยังเจ้าของหญิงหลายคนและซึ่งมีประวัติว่าผู้ที่เคย
เป็นเจ้าของมันถึง 3 ราย ต้องพบจุดจบชีวิตที่น่าสยดสยอง
สองในผู้หญิงที่ครอบครองมันได้กระโดดจากตึกสูงตาย
อย่างไรก็ตามมีความพยายามล้างคำสาปที่ติดตามกับเพชร
ด้วยการเพชรออกเป็นสามเม็ดย่อม
จากนั้นเพชรถูกกระจายไปเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรดามหาเศรษฐีทำให้สามารถรอดพ้นคำ
สาปมาได้
อีกทั้งผู้เป็นเจ้าของก็ไม่หวั่นเพราะเพชรที่ว่าสวยมากจนไม่สนคำสาปเลยที
เดียว
2
Blarney Stone Rocks
ผนัง
หิน บลาร์นีย์ สโตนเป็นหินในตำนานบนยอดหอคอยของปราสาทบลาร์นีย์
ที่สร้างขึ้นเมื่อ 600 ปีก ในไอร์แลนด์
กล่าวกันว่าผ็ใดที่จุมพิตผนังหินที่นี้จะมีแต่ความโชคดีร่ำรวย
ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีบุคคลสำคัญ ประธานาธิบดี
นักแสดงและนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายจูบผนังนี้
อย่างไรก็ตามหากนำชิ้นส่วนของหินใดๆ
จะนำมาซึ่งคำสาปแช่งในชีวิตของคนที่ขโมยมัน
จากรายงานพบว่ามีหลายคนโชคร้ายหลังแอบหินนี้กลับมาบ้าน
หลายคนมีภาวะซึมเศร้า ถูกเลิกจ้างงาน
เป็นผลทำให้หลายคนทนไม่ไหวจึงส่งหินนี้ทางพัสดุไปยังสถานที่ของมันในที่สุด
1
Iceman
ไอซ์
แมนเป็นมัมมี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ของชายอายุมากกว่า 5,000 ปีมาแล้ว
โดยพบในเดือนกันยายน1991 ในเทือกเขาแอลป์ พรมแดนระหว่างออสเตรียกับอิตาลี
โดยร่างของเขาถูกคนพบในน้ำแข็งครึ่งร่าง
ถือว่าเป็นมัมมี่สมบูรณ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์
ปัจจุบันอยู่ในพิธภัณฑ์โบราณคดีในโบลซาโน ภาคเหนือของอิตาลี
มัมมี่ดังกล่าวเต็มไปด้วยเรื่องประหลาดและน่าพิศวง
รวมไปถึงคำสาปโดยเชื่อว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับมัมมี่ตนนี้ไม่ว่าจะเป็น
คนค้นพบและคนตรวจสอบจะตายอย่างลึกลับ
โดยมีเหยื่อตายเพราะคำสาปทั้งสิ้นเจ็ดราย
หนึ่งในผู้ค้นพบไอซ์แลนด์เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางที่
จะไปกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสิ่วที่เอาพบ และนักวิจัยคนอื่นๆ
เสียชีวิตเพราะหิมะถล่มในเวลาไม่นาน
ส่วนนักวิจัยคนอื่นเสียชีวิตจากสาเหตุเลือดผิดปกติหลังจากพบไอซ์แมน
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ร้องไห้เพื่อเงิน
| |||
| |||
| |||
| |||
|
ยาหม้อ
ขึ้น ชื่อว่า คนไทยน้อยคนนักที่ไม่เคยได้สัมผัสกับยาหม้อ ยิ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ด้วยแล้ว นับว่าบริโภคกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งในปัจจุบันนี้ยาหม้อดูจะกลายเป็นยาที่หายากและเริ่มห่างหายไปจากวงการ แพทย์ทางเลือก เพราะผู้คนนิยมใช้ยาฝรั่ง หรือยาแผนปัจจุบัน ซึ่งแท้จริงแล้ว ยาหม้อนั้นมีประโยชน์มากมาย เพียงแต่เราต้องทำความรู้จักกับมันให้ดีเสียก่อน
ยาหม้อคืออะไร
นพ ท.จิตติมา หลิวศิริ อายุรเวท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เปิดเผยว่า ยาหม้อไทย เป็นรูปแบบการปรุงยาอย่างหนึ่งตามวิถีของแพทย์แผนไทยหรือแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งรูปแบบของยาจะเป็นในลักษณะของยาต้ม ซึ่งเป็นการใช้น้ำเป็นตัวทำละลายยาสมุนไพร
ยาหม้อมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
- ตัวยาตรง เป็นตัวยาที่มีสรรพคุณโดยตรงในการบำบัดโรคหลักนั้นๆ
- ตัวยาช่วย เป็นตัวยาที่ช่วยรักษาโรคแทรก โรคตาม หรือโรคหลายโรครวมกันจากโรคหลักนั้นๆ
- ตัวยาประกอบ เป็นตัวยาที่ใช้เพื่อป้องกันโรคที่อาจจะตามมาได้ และช่วยบำรุงแก้ส่วนที่หมอเห็นควร หรืออาจจะเป็นตัวยาที่ใช้เป็นตัวคุมฤทธิ์ยาอื่นๆ
- ตัวยาชูกลิ่น ชูรส และแต่งสีของยา เป็นตัวยาที่ใช้เพื่อเป็นการปรุงยาให้น่ารับประทานมากขึ้น
กินยาหม้อเพื่อรักษาโรค ดีจริงหรือ
ยา หม้อมีข้อดีในการรักษา เนื่องจากเป็นยาที่สามารถรักษาอาการคนไข้ได้ครอบคลุมทุกอาการ ไม่ว่าจะเป็นอาการหลักของโรคหรืออาการแทรกซ้อน รวมถึงอาการข้างเคียงที่สามารถเกิดได้จากการรับประทานยาก็จะมีตัวยาประกอบ ที่สามารถไปควบคุมฤทธิ์ยาที่อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ยาหม้อยังเป็นตัวยาที่ดูดซึมได้ง่าย ออกฤทธิ์เร็ว และมีวิธีการเตรียมที่ง่ายและสะดวกอีกด้วย
ความแตกต่างระหว่างการรักษาด้วยยาหม้อและยาแผนปัจจุบัน
ยา หม้อจะมีข้อดีในการรักษาที่เราจะเน้นการรักษาจากสาเหตุของโรค อีกทั้งตัวยาก็จะมีทั้งตัวยาที่ออกฤทธิ์เพื่อครอบคลุมอาการทั้งหมด ทั้งอาการหลัก อาการรอง และอาการข้างเคียงต่างๆ และการรับประทานยาหม้อยังเป็นยาที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยไม่ต้องแปรรูปยา ทำให้อวัยวะภายใน เช่น ตับและไต ไม่ต้องทำงานหนักในการแปรรูปยา เพื่อการออกฤทธิ์และกำจัดออกจากร่างกาย
อย่าง ไรก็ตาม ยาหม้อจะมีข้อเสีย ในเรื่องของสี กลิ่นและรสชาติในการรับประทาน อีกทั้งยาต้มไม่สามารถเก็บไว้ได้นานเนื่องจากขึ้นราได้ง่าย ส่วนยาแผนปัจจุบัน มักจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ แต่จะมีข้อดีตรงที่ยาแผนปัจจุบัน จะเป็นการรักษาตามอาการ แบบทันทีทันใด สามารถรักษาได้อย่างฉับพลัน อย่างเช่น หากมีอาการปวดมาก ก็อาจจะเป็นการรักษาโดยการฉีดยาเพื่อลดอาการปวดได้อย่างทันทีทันใด และตัวยาก็สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน
ใครที่เหมาะและไม่เหมาะกับการกินยาหม้อ
ยา หม้อสามารถรักษาโรคได้ทุกโรคทั่วไปตามแพทย์แผนปัจจุบัน สามารถรับประทานได้ทุกคน ยกเว้น ในกลุ่มของโรคที่อาจต้องรักษาโดยต้องใช้เครื่องมือแพทย์เฉพาะทางเป็นพิเศษ ซึ่งการกินยาหม้ออาจมีข้อควรระวัง ในแต่ละรายบุคคลไป และขึ้นกับยาสมุนไพรแต่ละตัวที่ใช้ในการรักษา หากมีอาการในเรื่องโรคประจำตัว เช่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้สมุนไพรบางชนิด มีความผิดปกติของตับ ไต และทางเดินปัสสาวะ สตรีมีครรภ์ เป็นต้น ซึ่งเราก็จะหลีกเลี่ยงการใช้ยาสมุนไพรนั้นๆ ที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงได้ โดยใช้ตัวยาอื่นที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกันแทน นอกจากนี้ เนื่องด้วยยาหม้อมีสี กลิ่น รส ที่ไม่น่ารับประทาน จึงอาจไม่เหมาะที่จะใช้ในการรักษาเด็กและผู้ที่ไม่สามารถยอมรับในเรื่องสี กลิ่นและ รสของยาได้
อันตรายจากการกินยาหม้อ
สำหรับ อันตรายจากยาหม้อนั้นนับว่ามีอยู่ เช่น อันตรายจากเชื้อรา วัตถุดิบ ฤทธิ์ของยา ซึ่งเราคงจะต้องระวังในเรื่องของวัตถุดิบตัวยา ที่เราจะนำมาใช้ เป็นยาหม้อ โดยสิ่งที่อยากให้ระวังในเรื่องแรกคือ ความสะอาดของตัวยา ไม่ควรที่จะมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ เช่น เศษดิน หนอน มด แมลงตัวเล็กๆ เป็นต้น การระวังในเรื่องของเชื้อราที่มากับตัวยาสมุนไพรที่มีความชื้นหรือจากการที่ เก็บยาหม้อไว้เป็นเวลานานเกินไป เพราะหากรับประทานเข้าไปย่อมไม่ดีต่อร่างกายเป็นแน่ หรือแม้กระทั่งยาบางตัวที่มีฤทธิ์แรง ก็จะต้องทำการสะตุ ประสะ หรือฆ่าฤทธิ์ยาเสียก่อน เพื่อทำให้ฤทธิ์ยาอ่อนลงจนสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย
วิธีการกินและเก็บรักษายาหม้อที่ถูกต้อง
ให้ รับประทานยาในเวลาท้องว่าง คือ ก่อนอาหาร เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดี และวิธีในการเก็บรักษายาหม้อที่ถูกต้องคือ ยาหม้อโดยปกติสามารถต้มกินได้ไม่เกิน 7-10 วัน หรือจนกว่าตัวยาจืด แต่จะต้องอุ่นยาเช้า-เย็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเชื้อรา และทำให้ยาหม้อบูด หรือเสียได้
คุณยายญี่ปุ่นวัย 114 ปีครองสถิติผู้หญิงอายุยืนที่สุดในโลก
สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ว่า นางมิซาโอะ โอกาวา หญิงชราชาวญี่ปุ่นวัย 114 ปี ทายาทของช่างตัดเย็บกิโมโนท้องถิ่น ได้รับการบันทึกจากหนังสือบันทึกสถิติโลก “กินเนสส์” ให้เป็นสตรีผู้มีอายุยืนที่สุดในโลก
โอกาวากล่าวหลังได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ และบันทึกภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ “กินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ด” ว่า การได้รับเกียรติครั้งนี้ถือเป็นของขวัญสำคัญสำหรับวันเกิดฉลองอายุครบ 115 ปีของเธอ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 5 มี.ค.นี้
เมื่อ ถูกถามถึงเคล็ดลับในการใช้ชีวิตเพื่อให้มีอายุยืน โอกาวาซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุในเมืองโอซากากล่าว เพียงว่า ขอให้ตั้งใจรักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเพียงพอ
ส่วน สถิติชายที่มีอายุยืนที่สุดในโลกเป็นของชาวญี่ปุ่นเช่นกัน คือนายจิโระเอมอน คิมูระ ปัจจุบันมีอายุ 115 ปี ทำให้ญี่ปุ่นครองสถิติประเทศที่มีผู้สูงวัยอายุเกิน 100 ปีมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสถิติล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุมีจำนวนมากกว่า 51,000 คน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)