วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มุมสุขภาพ



3กลุ่มผลไทย อุดมสารต้านมะเร็ง



สารอาหารที่มีสรรพคุณต้านมะเร็ง คือ สารกลุ่มแอนติออกซิเดนท์


ที่ประกอบด้วย เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี เข้าทำลายและดักจับสารก่อมะเร็ง ปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อร่างกาย

ทั้งนี้ผลไม้ไทยที่หากินได้ง่ายในบ้านเราก็อุดมไปด้วยสารต้านมะเร็งดังกล่าว ในผลไม้กลุ่มที่อัดแน่นด้วยเบต้าแคโรทีน มีทั้งกล้วยไข่ มะละกอสุก มะยงชิด แคนตาลูปเหลือง สับปะรดภูเก็ต มะปรางหวาน มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงยายกล่ำ มะม่วงเขียวเสวยสุก
สำหรับผลไม้พวกที่มีวิตามินซีสูง ประกอบด้วย

มะขามป้อม มะขามเทศ ฝรั่งกลมสาลี่ ฝรั่งไร้เมล็ด เงาะโรงเรียน ส้มโอขาว มะละกอสุก พุทราแอปเปิ้ล ส่วนผลไม้วิตามินอีมาก คือ กล้วยไข่ มะขามเทศ ขนุนหนัง มะม่วงเขียวเสวยทั้งดิบและสุก มะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะม่วงยายกล่ำสุก และแก้วมังกรเนื้อชมพู

อย่าลืมว่า เน้นกินผลไม้อย่างเดียวไม่ได้ช่วยป้องกันมะเร็งได้เต็มที่ ต้องกินอาหารมีประโยชน์ที่หลากหลาย พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย และมีจิตใจแจ่มใสไม่เครียดด้วย.









กรดไหลย้อน ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่ก็สร้างปัญหาให้กับหลายคน ไม่น้อย

ขอแนะนำเคล็ดลับช่วยลดอาการกรดไหลย้อนด้วยการเคี้ยว
หมากฝรั่ง
 ซึ่งมีผลวิจัยจากประเทศอังกฤษ พบว่า ผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนรุนแรง การเคี้ยวหมากฝรั่งหลังอาหารเป็นเวลา 30 นาที สามารถช่วยลด กรดไหลย้อน แน่นเฟ้อ จุกเสียดได้ เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำลายได้มากขึ้น ซึ่งช่วยเจือจางกรดให้เป็นกลาง

หากต้องการลดอาการกรดไหลย้อน ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารขยะ จำพวกเบอร์เกอร์ อาหารแปรรูปต่างๆ ด้วย

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก จัดโดย CNN


มัสมั่น อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก จัดโดย CNN Go (World’s 50 most delicious foods 2011)


เว็บไซท์ CNNgo.com (21 July 2011) จัดอันดับ อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก 50 รายการ โดยที่ แกงมัสมั่น ของไทย เป็นที่หนึ่งในโลก
นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยอีก 3 รายการ คือ ต้มยำกุ้ง ติดอันดับ 8, น้ำตกหมู (หมูน้ำตก) ติดอันดับ 19 และ ส้มตำ ติดอันดับ 46
  1. Massaman curry, Thailand (แกงมัสมั่น)
    Emphatically the king of curries, and perhaps the king of all foods. Spicy, coconutty, sweet and savory, its combination of flavors has more personality than a Thai election.Even the packet sauce you buy from the supermarket can make the most delinquent of cooks look like a Michelin potential. Thankfully, someone invented rice, with which diners can mop up the last drizzles of curry sauce.“The Land of Smiles” isn’t just a marketing catch-line. It’s a result of being born in a land where the world’s most delicious food is sold on nearly every street corner. 
  2. Neapolitan pizza, Italy
  3. Chocolate, Mexico
  4. Sushi, Japan
  5. Peking duck, China 
  6. Hamburger, Germany
  7. Penang assam laksa, Malaysia
  8. Tom yum goong, Thailand (ต้มยำกุ้ง)
    This Thai masterpiece teems with shrimp, mushrooms, tomatoes, lemongrass, galangal and kaffir lime leaves. Usually loaded with coconut milk and cream, the hearty soup unifies a host of favorite Thai tastes: sour, salty, spicy and sweet. Best of all is the price: cheap. 
  9. Ice cream, United States
  10. Chicken muamba, Gabon
  11. Rendang, Indonesia
  12. Shepherd’s pie, Britain
  13. Corn on the cob, global
  14. Donuts, United States
  15. Kalua pig, United States
  16. Egg tart, Hong Kong
  17. Lobster, global
  18. Kebab, Iran
  19. Nam tok moo, Thailand (หมูน้ำตก)
    Grilled pork combined with lemon juice, green onions, chili, mint sprigs, fish sauce and toasted rice. Legend has it the blood from the meat along with the dressing inspired some happy carnivore to name this brilliant dish “waterfall (nam tok moo) meat.” 
  20. Arepas, Venezuela
  21. Croissant, France
  22. Brownie and vanilla ice cream, global
  23. Lasagna, Italy
  24. Champ, Ireland
  25. Butter garlic crab, India
  26. Fajitas, Mexico
  27. Montreal-style smoked meat, Canada
  28. Pho, Vietnam
  29. Ohmi-gyu beef steak, Japan
  30. Goi cuon (summer roll), Vietnam
  31. Parma ham, Italy
  32. Ankimo, Japan
  33. Fish ‘n’ chips, Britain
  34. Maple syrup, Canada
  35. Chili crab, Singapore
  36. Texas barbecue pork, United States
  37. Chicken parm, Australia
  38. French toast, Hong Kong
  39. Ketchup, United States
  40. Marzipan, Germany
  41. Stinky tofu, Southeast Asia
  42. Buttered toast with Marmite, Britain
  43. Tacos, Mexico
  44. Poutine, Canada
  45. Chicken rice, Singapore
  46. Som tam, Thailand (ส้มตำ)
    To prepare Thailand’s most famous salad, pound garlic and chilies with a mortar and pestle. Toss in tamarind juice, fish sauce, peanuts, dried shrimp, tomatoes, lime juice, sugar cane paste, string beans and a handful of grated green papaya.Grab a side of sticky rice. Variations include those made with crab (som tam boo) and fermented fish sauce (som tam plah lah), but none matches the flavor and simple beauty of the original. 
  47. Seafood Paella, Spain
  48. Potato chips, United States
  49. Masala dosa, India
  50. Buttered popcorn, United States

9 เรื่อง ที่มีแต่ประเทศไทยเท่านั้น Thailand Only !



1. ประเทศไทย….ทำไมมีสีประจำวัน ?
ขอบอก ว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่รู้มาก่อนเลยจริง ๆ  จนวันหนึ่งซึ่งเป็นวันศุกร์ใส่เสื้อสีฟ้า ก็มีเพื่อนต่างชาติคนนึงถามว่าทำไมใส่เสื้อสีฟ้าล่ะ ก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร  จริง ๆ ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ ก็แค่ใส่แล้วสวย (กล้าพูด) เลยตอบไปว่า ก็วันนี้เป็นวันศุกร์ไงล่ะ เพื่อนก็งงใหญ่ว่า แล้วทำไมล่ะ วันศุกร์เกี่ยวอะไรกับสีฟ้า  สรุปคุยกันยาวววจนสรุปได้ว่า ที่ประเทศอื่น ๆ เค้าไม่ค่อยมีสีประจำวันเหมือนบ้านเรา ที่วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู เอ๊ะ แล้วใครเป็นคนคิดริเริ่มให้มีสีประจำวันนะ?

2. ประเทศไทย….ทำไมดื่มน้ำอัดลม/เบียร์ ต้องใส่น้ำแข็ง
อัน นี้หลายคนคงอาจจะเคยได้ยินมาจากเดี่ยว 8 แล้ว (ฮามาก) เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต่างประเทศเค้าถึงดื่ม น้ำอัดลมกันแบบไร้น้ำแข็งได้ ซึ่งในทางกลับกับ คนต่างชาติ เค้าก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนไทยถึงต้องดื่มแบบใส่น้ำแข็งด้วยล่ะ  ก็แหม…ประเทศเราเมืองร้อนนี่คะ เอะอะอะไรก็ใส่น้ำแข็งไว้ก่อน 555+

3. ประเทศไทย….ทำไมกินข้าวโพดเป็นของหวาน ?
ประเทศ แถบตะวันตกพวกยุโรป อเมริกา เค้าไม่ถือว่าข้าวโพดเป็นของหวาน แต่ถือว่าเป็นของคาว  น้อยคนมาก ๆ ที่จะเอามานั่งแทะกินเปล่า ๆ หรือหากเอาไปใส่ไอศกรีมนี่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมาก แต่คนไทยเราเอามานั่งแทะ ๆ กันจนฟันเหยินซะงั้น  แทะไป ดูหนังไป เพลินจะตาย

4. ประเทศไทย….ทำไมอะไร ๆ ก็ ต้องใส่ซอส ?
ไม่ ว่าจะกินอะไร ตั้งแต่ไข่เจียว แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ไก่ ทอด คนไทยเราต้องมีซอสหรือมีน้ำจิ้มไว้เคียงคู่เสมอ แต่สำหรับในบางประเทศเค้าถือว่าเป็นเรื่องไม่สุภาพเพราะคนทำอาจจะน้อยใจได้ ว่า เอ๊ะ ทำไมต้องใส่น้ำจิ้มอีกล่ะ ที่ฉันทำไปมันไม่อร่อยเหรอ? โดยเฉพาะในร้านอาหารใหญ่ ๆ เช่น ถ้าสั่งพิซซ่ามาแล้วดันไปขอซอสเพิ่ม พ่อครัวอาจจะค้อนใส่ได้นะ

5. ประเทศไทย….ทำไมคนไทยเก่งเลขจัง ?
เพราะ คนไทยชอบจั่ว … เอ๊ย ไม่ใช่  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้ยิน มาหนาหูมาก ๆ ว่า ถ้าเทียบกับพวกฝรั่งแล้ว คนไทยถือว่าเก่งเลขมาก ๆ โดยเฉพาะน้อง ๆ นักเรียนแลกเปลี่ยนชอบมาเล่าให้พี่เป้ ฟังว่า ‘เลข ม.ปลายที่นั่นง่ายประมาณ ม.1ของที่ ไทยเลยค่ะพี่ หนูชอบเรียนเลขเพราะมันง่ายมาก’ เวลา เพื่อนฝรั่งเห็นเราแก้สมการซับซ้อนได้ ทุกคนก็จะ โอ้โห อู้หู  amazing thailand จริง ๆ !

6. ประเทศไทย….ทำไมไม่คิดค่า ถุงหิ้ว ?
เวลา ที่เราไปซื้อของในหลาย ๆ ประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย บางประเทศนั้น ตามร้านค้าต่าง ๆ เค้าคิดค่าถุงหิ้วกันด้วยนะคะ เช่น ถ้าในยุโรปก็จะประมาณ 10 เซนต์ ในเกาหลีใต้ก็จะ 10  วอน อะไรทำนองนี้ค่ะ (อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นไปเพื่อรณรงค์การลดโลกร้อนนั่นเอง 

7. ประเทศไทย….ทำไมมีวิธีอาบน้ำสารพัด ?
อย่าง ที่รู้ ๆ ว่าฝรั่งไฮโซอาบน้ำกันด้วยฝักบัว ไม่ก็รองน้ำใส่ อ่างแล้วลงไปแช่ แต่คนไทยไม่น้อยหน้าใคร นอกจากฝักบัว หรืออ่างแล้ว เรายังมีขันไว้ตักอาบ มีตุ่มไว้ลงไปแช่อีกด้วย 5555+ เย็นสบาย !!…..มีเพื่อนคนนึงอยู่ต่างจังหวัด เคยรับเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอเมริกามาที่บ้าน (สมมติว่าชื่อซูซี่)  พอถึงเวลาอาบน้ำ ก็พาซูซี่ไปหลังบ้านซึ่งมีตุ่มใส่น้ำและขันวางไว้ ซูซี่ก็บอก  OK I see Don’t worry ไออาบน้ำได้เอง สบายมาก ยูไม่ ต้องห่วง จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ซักพัก 10 นาทีต่อมา เพื่อนก็เดินกลับไปตามซูซี่ ปรากฏว่า !! ภาพที่เห็นคือน้องซูซี่เล่นลงไปในว่ายน้ำอยู่ในตุ่ม ซะงั้น  55555 สรุปว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีในเมืองไทย  ตุ่มนั้นก็ตกเป็นสมบัติของน้องซูซี่ไปโดยปริยาย

8. ประเทศไทย….ทำไมคนไทยต่อราคากันเก่งจัง ?
เรื่อง ต่อราคานี่ต้องยกให้คนไทยเลยจริง ๆ ต่อได้ต่อดี จาก 99 ต้องเป็น 90 …. จาก 49 ต้องเป็น 40 ….จาก 19 ก็ยังจะต่อให้ได้เป็น 2 อัน 35 ได้มั้ยพี่ ? จนฝรั่งหรือชาติอะไรต่ออะไรที่มาเที่ยวเมืองไทยก็เริ่มจะติดนิสัยนี้ไปด้วย แล้วล่ะค่ะ เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้ฝรั่งต่อราคาเก่งกว่าคนไทยซะอีกแน่ะ ถือว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามคนไทยละกันนะ

9. ประเทศไทย….ทำไมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันเปล่า ๆ แบบไม่ต้ม ?
เรื่อง นี้ก็เป็นอีกเรื่องที่คงฟังกันมาแล้วจากเดี่ยว 8 …. ขอย้ำกันให้ชัด ๆ เลยว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยอร่อยที่สุดในโลก ต้มก็อร่อย กินเปล่า ๆ ใส่พริกใส่น้ำมัน บีบให้แตกแล้วมาจกกินนี่ก็อร่อยสุดๆ เพราะบะหมี่ของเราเส้นเล็ก แต่บะหมี่ของพวกญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกงอะไรอย่างนี้เส้นมันจะใหญ่และหนามาก ๆ เอามากินเปล่า ๆ ไม่ได้แน่นอน แถมยังมีจำกัดแค่ไม่กี่รส เช่น รสไก่ รสต้มยำ รสกิมจิ แต่ของเมืองไทยนี่มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ หมูสับ ต้มยำ เป็ดพะโล้ เย็นตาโฟ หมูน้ำตก สุกี้ ต้มโคล้ง พริกเผา โอ๊ยยย…สารพัด สามารถกินได้ไปเป็นเดือน ๆ โดยไม่ซ้ำรส (ถ้าผมไม่ร่วงหมดหัวซะก่อน)


และ นั่นก็คือ เรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย Thailand Only !  เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ดูน่ารักและน่าภาคภูมิใจมากเลยใช่มั้ยคะ ? ^^   จริง ๆ แล้วเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรานี่เอง แต่บางทีอาจจะมองข้ามไปจนคิดไม่ถึง

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พัทยาติดอันดับ 2 ใน 20 ของเมืองท่องเที่ยว

 นายคริสโตเฟอร์ มิดเดิลตัน ผู้สื่อข่าวอาวุโสด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวจากเว็บไซต์เทเลกราฟ ของอังกฤษ ได้จัดอันดับ 20 เมืองจากทั่วโลก ที่ชาวต่างชาติมองว่าเมืองนั้น ๆ เหมาะที่จะเป็น "บ้านหลังที่สอง" ของพวกเขาอย่างมาก ที่สำคัญหนึ่งใน 20 อันดับนั้นยังมีชื่อของพัทยา เมืองในประเทศไทยอยู่ด้วย …

สำหรับเมืองที่ติด 20 อันดับจากทั่วโลกมีดังนี้




1. ประเทศอัลเบเนีย (Albania)

ด้วยสภาพภูมิอากาศที่กำลังดี ไม่หนาว ไม่ร้อนจนเกินไป อยู่ติดกับทะเลที่มีความสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งที่จะจัดปาร์ตี้สังสรรค์ให้สนุกสุดเหวี่ยง นอกจากนั้นแล้วยังรีสอร์ทสุดหรูที่สามารถมองเห็นความงามของท้องทะเลได้อย่าง ชัดเจนอีกด้วย


2. เมืองพัทยา ประเทศไทย

เมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีวิวทิวทัศน์งดงาม มีสีสันในยามราตรี อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ มีราคาถูกเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ทั่วโลก แถมยังมีสถิติระบุว่า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนดินแดนแห่งนี้ถึง 6 ล้านคนเลย จึงไม่แปลกใจเลยที่นักท่องเที่ยวต่างเทใจให้เมืองพัทยาเป็นบ้านหลังที่สอง ของพวกเขา


3. เมืองปูเกลีย ประเทศอิตาลี (Puglia, Italy)

ดินแดนแห่งวงการแฟชั่นแห่งนี้ จัดได้ว่าเป็นเมืองตากอากาศดี ๆ ของโลกอีกเมืองหนึ่ง อากาศที่บริสุทธ์ ทัศนียภาพของขุนเขาและสีฟ้าของน้ำทะเล วิถีชีวิตของผู้คนในเมืองที่เรียบง่าย และอื่น ๆ อีกมากมาย คือเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ที่นี่มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาผ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก


4. เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย (St Petersburg, Russia)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหนาวเย็นแบบสุดขั้วหัวใจของอุณหภูมิในหน้าหนาว หรืออยากจะใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ ห้องสักห้องหนึ่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมองเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนได้ง่าย ๆ เพียงแค่มองลอดหน้าต่างพร้อมกับความอลังการของสิ่งปลูกสร้างมากมาย เชื่อได้ว่าจะต้องชอบและหลงเสน่ห์ที่นี่กันแน่ ๆ


5. เมืองกราโกว ประเทศโปแลนด์ (Krakow, Poland)

ช่วงนี้ราคาของบ้านในประเทศโปแลนด์มีราคาที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อรับกับกระแสการเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลยูโร 2012 ดังนั้นถ้าอยากได้บ้านในสไตล์โมเดิร์นแบบยุโรป ผสมกับกลิ่นอายความเป็นโปลิชด้วยแล้วล่ะก็ เหมาะอย่างมากที่จะหาซื้อบ้านไว้หลังหนึ่งเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จากการทำงานอันแสนเหน็ดเหนื่อย ลงทุนสักนิด รับรองว่าได้ทั้งบ้านสวยและอากาศดี ๆ อย่างแน่นอน


6. เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี (Leipzig, Germany)

ความเงียบสงบ ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ประเพณี และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ความเป็นมิตรของผู้คน ล้วนแล้วแต่หลอมรวมอยู่ในเมืองไลป์ซิกแห่งนี้ทั้งสิ้น เรียกได้ว่าดีพร้อมซะขนาดนี้ ใครล่ะจะไปอดใจไม่ให้หลงเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ไปได้


7. เมืองเซลล์ แอม ซี ประเทศออสเตรีย (Zell am See, Austria)

ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขารอบด้าน ประกอบกับช่วงหน้าหนาวจะมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้ในเมืองเซลล์ แอม ซี แห่งนี้เป็นแหล่งที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ เล่นสกี้ และทำกิจกรรมอื่น ๆ ในหน้าหนาวอีกมากมาย


8. เมืองโนว่า สโกเทีย ประเทศแคนาดา (Nova Scotia, Canada)

เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศแคนาดา เป็นเมืองที่มีความอบอุ่นและมีประชากรอยู่กันเพียงแค่ 950,000 คนเท่านั้น ฉะนั้นแล้ว ความเงียบสงบ ความเป็นกันเอง รวมถึงอากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น และปัจจัยอื่น ๆ จึงทำให้ที่นี่เหมาะแก่การเป็นบ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อยเลย ทีเดียว


9. เมืองทอลล์อินน์ ประเทศเอสโตเนีย (Tallinn, Estonia)

จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองในทวีปยุโรปที่มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรม และอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยประวัติอันเก่าแก่มากมาย ฉะนั้น หากใครที่ชื่นชอบในความงามแบบคลาสสิคด้วยแล้วล่ะก็ ที่นี่จะต้องอยู่ในลิสต์เมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย


10. เมืองอเลนเตโฆ่ ประเทศโปรตุเกส (Alentejo, Portugal)

คุณชื่นชอบการดื่มไวน์กันบ้างหรือไม่ และเคยคิดที่อยากจะมีไร่องุ่นเป็นของตัวเองหรือเปล่า ถ้าใช่! เมืองอเลนเตโฆ่แห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับคุณอย่างเต็มที่ ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศที่อำนวยแก่การทำไร่องุ่น ที่นี่เองจึงเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีที่ไม่แพ้ชาติอื่น ๆ เช่นกัน


11. เกาะเช็ตแลนด์ (Shetland Islands)

เกาะเช็ตแลนด์แห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศสก็อตแลนด์ เป็นเกาะที่มีความห่างไกลกับแสงสียามราตรี ดังนั้นจึงสบายใจได้หากต้องการความเป็นส่วนตัวที่เงียบสงบ และได้สัมผัสกับธรรมชาติของท้องทะเลแบบเต็ม ๆ นอกเหนือไปจากนั้นเกาะแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของชาวอังกฤษในการเดินทางมาพัก ผ่อนกันอีกด้วย


12. อ่าวกอเตอร์ ประเทศมอนเตเนโกร (Kotor Bay, Montenegro)

ความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน วิวทิวทัศน์ของท้องทะเล บ้านเรือน ความเป็นอยู่ของผู้คน เหล่านี้คือสิ่งที่สามารถหาได้จากเมืองนี้ แถมยังมีเครื่องหมายการันตีจากองค์การยูเนสโก้ ด้วยการยกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย


13. เกาะโคลิมบารี่ (Kolymbari Crete)

เกาะเล็ก ๆ บนดินแดนแห่งเทพนิยายนี้ อุดมไปด้วยไร่ต่าง ๆ มากมาย เช่น ไร่องุ่น ไร่มะกอก นี่เองจึงทำให้เกาะนี้มีระบบนิเวศน์ที่มีความสมบูรณ์อย่างมาก และมีองุ่นรวมถึงมะกอกให้ไปทำเป็นน้ำมันประกอบอาหารที่สด ใหม่ ไร้สารพิษได้ตลอดทั้งปี


14. ประเทศเคนย่า (Kenya)

ที่ประเทศเคนย่า จัดเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าจะมีบ้านอยู่ที่นี่ไว้สักหลังหนึ่ง เพราะที่นี่มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชนเผ่าพื้นเมือง เหล่าบรรดาสัตว์นานาชนิด และความงดงามตามธรรมชาติ เมื่อได้ลองมาเยี่ยมเยือนที่นี่สักครั้ง ก็จะต้องชื่นชอบและติดใจกันอย่างแน่นอน


15. ประเทศสโลวีเนีย (Slovenia)

หลังจากที่แยกตัวออกมาจากสาธารณะรัฐเช็กแล้ว ชื่อของประเทศสโลวีเนียก็เป็นที่ชินหูของใครหลาย ๆ คน เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่มากมาย และมีการเปรียบเทียบว่าที่นี่คือ "นิวซีแลนด์ของทวีปยุโรป" เลยทีเดียว นอกจากนี้ สโลวีเนียยังขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพไม้ที่มีความคงทน แข็งแรง และสวยงาม เหมาะแก่การนำไปใช้ทำสิ่งปลูกสร้างหรือตกแต่งบ้านมาก ๆ


16. ประเทศเวียดนาม (Vietnam)

ค่าครองชีพที่ถูก วิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย พร้อมด้วยแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เดินทางเข้ามาอยู่ เป็นประจำไม่ขาดสาย


17. เมืองอิบิซ่า ประเทศสเปน (Ibiza, Spain)

เรียกว่าเป็นเมืองของงานปาร์ตี้ของทวีปยุโรปเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นเมืองติดทะเล และแสงสียามค่ำคืนที่สนุกสนาน เมืองอิบิซ่านี้จึงต้อนรับผู้คนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกมากมายอย่างไม่ขาด สาย ขนาดพระเอกคนดังของวงการฮอลลีวู้ดอย่าง "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ" ก็ยังเคยเดินทางมาที่นี่แล้วเช่นกัน


18. เกาะนิวพอร์ต โร้ด ประเทศสหรัฐอเมริกา (Newport Rhode Island, United States)

เคยคิดอยากจะล่องเรือ นอนอาบแดดบนดาดฟ้าเรือกลางทะเล หรือจะดำน้ำแบบส่วนตัวสุด ๆ อยู่บ้างหรือ ถ้าเคยเกาะนิวพอร์ต โร้ดนี้เหมาะมากที่จะทำตามที่ได้กล่าวมา อีกทั้งความสะดวกสบายและความหรูหราต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะให้บริการคุณอยู่เช่นกัน


19. เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี (Istanbul, Turkey)

หากลงทุนมาซื้อบ้านสักหลังที่นี่ ขอรับรองได้เลยว่าจะต้องชื่นชอบในดินแดนแห่งนี้แน่ ๆ ทั้งการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมของเอเชียและยุโรป อาหารการกินที่หลากหลาย ความอลังการของสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของตุรกี ก็มีปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไปในเมืองแห่งนี้เช่นกัน


20. เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (Bali, Indonesia)

ทัศนียภาพที่งดงามของภูเขาที่รายล้อม โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่เพียบพร้อมในการบริการทุก ๆ ด้าน อาหารก็สดใหม่ เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวแบบพิเศษสุด ๆ และวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เหล่านี้คือเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวประทับใจและเดินทางมาที่นี้อยู่ตลอดทั้งปี