วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

รู้มั้ย !! วอดก้า นอกจากดื่มให้เมา แล้วยังทำอะไร ? ได้อีก


รู้มั้ย !! วอดก้านอกจากดื่มให้เมา แล้วยังทำอะไร ? ได้อีก

ขวด วอดก้าที่คุณมีติดบ้านไว้ แต่ไม่ค่อยได้ดื่ม รู้ไหมว่าวอดก้าสามารถช่วยคุณในเรื่องงานบ้านได้เหมือนกัน ถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ วอดก้าช่วยคุณได้สารพัดเลย


ลดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า
 

วอด ก้านั้นช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียตกค้างในเสื้อผ้าได้ และยังไร้กลิ่น คุณจึงสมารถนำไปฉีดพรมบนเสื้อผ้า แล้วนำไปผึ่งให้แห้งในที่ที่ระบายอากาศได้ดี จากนั้นก็นำมาใส่ได้ทันที
 

ช่วยให้ดอกไม้สดนาน
แค่ใส่วอดก้าเพียงหยดเดียว กับน้ำตาลหยิบมือเล็กๆ ผสมลงไปในน้ำที่ใส่แจกันดอกไม้ ก็ช่วยให้ดอกไม้อยู่เพิ่มความสดใสให้บ้านคุณนานขึ้น


ฉีดไล่แมลงวัน
 

ถ้าไม่คิดว่าเป็นการลงทุนที่สูงเกินไปล่ะก็ หากคุณนำวอดก้าใส่ขวดสเปรย์แล้วนำไปฉีดพ่น จะเป็นยาไล่แมลงวันและแมลงรบกวนอื่นๆได้


ช่วยฆ่าวัชพืช
วอดก้าหนึ่งออนซ์ผสมกับน้ำยาล้างจานสองสามหยด และน้ำเปล่า 2 ถ้วย สามารถนำไปฉีดพ่นฆ่าวัชพืชเล็กๆได้

ล้างพิษสัตว์ทะเล

หากปวดแสบปวดร้อนจากแมงกะพรุน ราดวอดก้าบนแผล จะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนและผิวบวมแดงได้


ลบคราบเปื้อน คราบแน่นๆบนเสื้อผ้า
 

ใช้วอดก้าผสมกับน้ำยาขจัดคราบ แล้วนำไปซักตามปกติ


น้ำยารีดผ้า
ตวง วอดก้าประมาณ 3 ออนซ์ กับน้ำมันสกัดจากลาเวนเดอร์ 12 หยด ผสมให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 วัน แล้วจึงเติมน้ำบริสุทธิ์ 12 ออนช์ เขย่าให้เข้ากัน นำไปใช้ฉีดพรมผ้าก่อนรีด เก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนกลิ่นลาเวนเดอร์จะระเหยไป


ขจัดคราบรา
ใช้วอดก้าพ่นลงบนคราบราที่ต้องการกำจัด ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงใช้ผ้าเช็ด หรือใช้แปรงปัดคราบราออก
 

ช่วยขัดเงา
 

ไม่ ว่าจะเป็นโลหะ เครื่องแก้วหรือดินเผา ถ้าต้องการประกายเงางาม ก็แค่ใช้ผ้าจุ่มลงในวอดก้า นำไปขัดบนวัตถุที่คุณต้องการ ก็จะได้ความเงาวาวชวนว้าวแล้ว
 

ลอกคราบเหนียวจากสติ๊กเกอร์
แถบ กาวสติ๊กเกอร์เหนียวๆ ที่ติดค้างบนผนังและวัตถุอื่นๆ ใช้ฟองน้ำจุ่มในวอดก้า ขัดคราบเหนียวออก แล้วล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย ก็บอกลาคราบกาวได้เลย

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

เปิดเว็บ DekThai.net นำเนื้อหาบนแท็บเล็ตเด็ก ป.1 ให้เข้าชมได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ !



          ถึงแม้จะมีข่าวว่าแท็บเล็ตที่ทางรัฐบาลจะแจกเด็ก ป.1 อาจส่อแววเลื่อน เพราะเกิดปัญหาการส่งเครื่องล้าช้า แต่ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเนื้อหาที่จะใช้ในแท็บเล็ตก็ยังคงทำงานกันต่อไป
โดย ล่าสุดทาง SIPA ที่รับเป็นผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับใช้ในการเรียนการสอนบนแท็บเล็ตของเด็ก ป.1 ได้นำเนื้อหาทั้งขึ้นออนไลน์บนเว็บไซต์ DekThai.net เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าชมได้ (ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ธรรมดา) และยังขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา เพื่อที่จะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย






ที่มา – Blognone

เข้าชมและช่วยตรวจสอบเนื้อหาได้ที่ DekThai.net

คำสาปของพระนางมัสสุหรี


จากเรื่องราวของ คำสาปของพระนางมัสสุหรี ......
" ยินดีจะเสียชีวิต แต่ถ้าบริสุทธิ์ขอให้เลือดตัวเองเป็นสีขาว และขอให้เกาะลังกาวีไม่มีความเจริญ ไม่ให้พบกับสันติสุขไปจนถึง 7 ชั่วโคตร"

นี่คืออาถรรพ์คำสาปที่ "พระนางเลือดขาว" หรือ "พระนางมัสสุหรี" ได้เอ่ยปากสาปแช่ง "เกาะลังกาวี" ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์...





ยินดีที่จะเสียชีวิต
เพื่อพิสูจน์จิตนั้นบริสุทธิ์
ถ้าการตายเป็นเครื่องพิสูจน์
ให้โลหิตที่ผุดจากกายเป็นสีขาว

ขอให้ลังกาวีจงไม่พบ
ทุกอย่างจบลงอย่างเงียบเหงา
ความเจริญทุกอย่างจะบางเบา
ความเงียบเหงาแทนที่ต่อนี้ไป



เจ็ดชั่วโคตรที่พวกท่านจะได้พบ
กับจุดจบของเกาะแห่งนี้ที่ได้
ตัวเรานั้นไม่กลัวตาย
ขอสาปให้ไม่พบความเจริญ




เรื่องราวของคำสาปบนเกาะลังกาวี
เรามาศึกษารายละเอียดของ "เกาะลังกาวี" (Langkawi)….





"เกาะลังกาวี" (Langkawi) ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ใกล้ฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย อยู่ในรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ตรงข้ามกับเกาะตะรุเตา ใกล้กับชายแดนไทย อยู่ห่างจากเมืองกัวลาเปอร์ลิส ประมาณ 30 กิโลเมตร และเมืองกัวลาเคดะห์ 51 กิโลเมตร แต่เดิมเกาะลังกาวีเคยเป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็น สยามอิสลาม อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัชกาลที่ 5 และได้เสียดินแดนส่วนนี้ให้กับประเทศอังกฤษในที่สุด

พระนางเลือดขาว หรือพระนางมัสสุหรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ตที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อม ทั้งงานบ้านงานเรือนและความสวยงาม ทั้งๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต


พระนางมัสสุหรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรี มีบุตรเป็นหญิง ส่วนพระนางมัสสุหรี มีบุตรเป็นชายชื่อ "วันฮาเกม" ตามกฎของสำนักพระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึกๆ


หลัง จากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสสุหรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมาโจมตี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้ายคิดร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า พระนางมัสสุหรีแอบคบชู้ ทำให้องค์สุลต่านตัดสินประหารชีวิตพระนางมัสสุหรีด้วยกริช โดยที่สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน

ซึ่งก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ พระนางมัสสุหรีได้อธิษฐานว่า "หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน"

เมื่อ เพชฌฆาตลงคมกริชประหาร คมกริซนั้นกลับไม่ระคายผิวนางเลย เมื่อเป็นเช่นนี้พระนางมัสสุหรีจึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้น ตระกูลจากบ้านของนางมา
และ เมื่อคมกริชจรดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่มโดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย องค์สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางมัสสุหรีเสียเลือดมาก

ด้าน พี่ชายของพระนางมัสสุหรีเกรงว่าหลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของพระนางมัสสุหรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ต และเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โดยโอรสของพระนางมัสสุหรีเติบโตขึ้นมีนามว่า
"โต๊ะวัน" นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1

สำหรับ สุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อน และคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า . . .

MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''


แปลความได้ว่า . . .

มัสสุ หรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) 1235 หรือ คริสต์ศักราช 1819 (พ.ศ. 2362) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า ''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 7 ชั่วอายุคน''

และนับ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "เกาะลังกาวี" ก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุข เพราะมนตราแห่งการสาปแช่งของพระนางมัสสุหรี มาตั้งแต่ พ.ศ.2362 เป็นเวลา 181 ปี ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่มืดดำเฉกเช่นชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตก ต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง 7 ชั่วอายุคน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เกาะลังกาวีกำลังจะผ่านพ้นช่วงแห่งความมืดมิด เพราะได้ผ่านพ้นมาแล้ว 6 ชั่วอายุคน และก้าวเข้าสู่คนรุ่นที่ 7 ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นผู้มาแก้คำสาป เพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับ



ทั้ง นี้หนังสือพิมพ์หลายๆ สำนักของมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซีย ต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของพระนางมัสสุหรี จนมาพบว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยซึ่งก็คือ นางสาวศิรินทรา ยายี มีหลักฐานมากมายที่แสดงถึงความเป็นทายาทผู้ถอนคำสาป ไม่ว่าจะเป็นกริซประจำตระกูล รูปภาพ และบรรพบุรุษชื่อ "วันฮาเกม" ทางรัฐบาลจึงเชิญพระนางทายาทรุ่นที่ 7 กลับสู่เกาะลังกาวี เพื่อถอนคำสาป จากเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อเธอได้ไปยืนอยู่บนแผ่นดินเกาะลังกาวี เธอกลับกลายเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ไปในทันที


"ศิรินทรา ยายี" หรือ "เมย์" เกิดเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต (น่าแปลกที่วันนั้นไม่มีเด็กคนไหนถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเธอเลย แถมท้องฟ้าที่ใสกระจ่างกลับมืดดำ และฝนก็เทกระหน่ำลงมานานถึง 1 เดือน) ศิรินทรา ยายี เป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ ยายี และนางสุนี ยายี มีน้องชาย 1 คน ปัจจุบัน ศิรินทรา ยายี กำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตส หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ทุนของเอกชนในประเทศมาเลเซีย ให้ศึกษาในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย อยู่ 2 ปี แต่มีปัญหาเรื่องทุนจึงต้องกลับมาเรียนต่อในไทย


อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางประเทศมาเลเซียจะเสนอให้ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่นั่น โดยจะมอบบ้าน รถ ที่ดิน และสิทธิในการเป็นเจ้าของเกาะให้ด้วย แต่ศิรินทรา ยายี เลือกที่จะอยู่ต่อที่ประเทศไทย เพราะเธอรักประเทศไทย


"หนู รู้สึกภูมิใจในการที่ได้เกิดเป็นทายาทรุ่นที่ 7 เพราะคุณทวดหนูเป็นคนดี และหนูคงเอาความดีของคุณทวดมาเป็นแบบอย่าง" ศิรินทรา กล่าว


อย่าง ไรก็ตาม หลังการไปเยือนเกาะลังการวีของ ศิรินทรา ยายี เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ทำให้เกาะต้องมนต์แห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี ในความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์


ขอบคุณ

- วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
-โอเคเนชัน
- guru.google.co.th
- thannews.th.com

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

10 สิ่งที่บอกว่า ประเทศไทย โชคดีที่สุดในโลก !!!



ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลก !!!
เหตุผลที่ประเทศไทย เป็นสยามเมืองยิ้ม มีดังต่อไปนี้


1. ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางครัวโลก ไม่ต้องกลัวอดตาย มีอาหารกินตลอดเวลา และส่งออกไปทั่วโลก

2. ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก มีป่าไม้ ภูเขา ทะเล ทองคำ จนได้ชื่อว่าดินแดนสุวรรณภูมิ
3. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แนวแผ่นดินไหว อ้อมประเทศไทยทั้งประเทศ ในขณะที่เกือบทั้งโลกอยู่ในเขตแผ่นดินไหวรุนแรง

4. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตพายุรุนแรง นานๆจะเจอสักครั้ง เพราะพายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่เกิดในทะเลจีนใต้ บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มาถล่มหนักเวียดนาม ลาว เขมรและอ่อนตัวลง กลายเป็นพายุธรรมดาเมื่อเข้าประเทศไทย

5. ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก ในขณะที่ทุกประเทศในอาเซียนตกเป็นอาณานิคม

6. ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้พ่ายแพ้ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2


7. ประเทศไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์
ในขณะที่ลาว กลายเป็นคอมมิวนิสต์ ล้มสถาบันกษัตริย์ ศาสนาไม่มีผู้อุปถัมภ์
ประเทศเขมร กลายเป็นเขมรแดง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนชาติเดียวกัน และศาสนาถูกทำลาย


8. คนทุกชนชาติ และทุกศาสนาในประเทศไทยมีสิทธิ เสรีภาพ มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

9. ประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก เพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ทรงมีโครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ โครงการส่วนพระองค์ส่วนจิตรลดาทรงก่อตั้งมูลนิธิต่างๆมากมาย เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิพระดาบส มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น

  ทรงอุปถัมถ์พระศาสนา ภาษาไทย วัฒนธรรม ประเพณี พระราชพิธี งานช่างหลวง การศึกษา การแพทย์ การคมนาคม การอนุรักษ์ดินและนํา ทรัพยากรป่าไม้ ป่าชายเลน เกษตรทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ




10. พระพุทธศาสนา เจริญที่สุดในโลกในประเทศไทยเพราะประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกและทรงเป็นพุทธมามกะ


Credit : Dek-D.com

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์


จัดใหญ่"เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์" 13พื้นที่ท่องเที่ยว-ชูแพ็กเกจ 5 เส้นทางพิเศษ

นาย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงจัดงานเทศกาล ?เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์? ประจำปี 2555 ว่า ในปีนี้จัดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร และ 12 พื้นที่ท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศเช่นทุกปี พร้อมทั้งบรรจุในปฏิทินท่องเที่ยว เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมการขายและการตลาด สำหรับกรุงเทพฯ จัดขึ้นวันที่ 12-16 เม.ย. ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยมี นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน

ผู้ว่าการ ททท. ในวันที่ 12 เม.ย. มีไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ จำลองสงกรานต์ 4 ภาค สรงน้ำพระ สาธิตอาหารพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม และกิจกรรมสงกรานต์ไหว้พระ 9 วัด ในพื้นที่กรุง เทพฯ วันที่ 11-16 เม.ย. คือ 1.ไหว้พระ 9 วัด พระอารามหลวง เสริมสิริมงคล 2.ไหว้พระ 9 วัดประจำรัชกาล และ 3.ไหว้พระ 9 วัดล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับ 12 จังหวัด ที่ททท. พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดประกอบด้วย

1.สงกรานต์กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 13-15 เม.ย.,

2.อัศจรรย์วันสงกรานต์ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 13-16 เม.ย.,

3.สงกรานต์ จ.ชลบุรี มีประเพณีสงกรานต์เกาะสีชัง วันที่ 13-19 เม.ย. ประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน วันที่ 16-17 เม.ย. ประเพณีแห่พญายม สงกรานต์บางพระ วันที่ 16-18 เม.ย. ประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ วันที่ 18-20 เม.ย. ประเพณีสงกรานต์ศรีมหาราชา และประเพณีกองข้าว วันที่ 19-21 เม.ย.,

4.สงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ วันที่ 27-29 เม.ย.

5.ประเพณีสะรีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 12-15 เม.ย.,

6.สงกรานต์ จ.สุโขทัย มีงานประเพณีแห่ช้างบวชนาค วันที่ 6-7 เม.ย. เที่ยวตลาดโบราณ เล่นสงกรานต์งานวัด วันที่ 13-15 เม.ย. และงานเทศกาลอาหารเมืองสวรรคโลก วันที่ 11-15 เม.ย.,

7.รื่นรมย์บุญปีใหม่ไทย-ลาว จ.นครพนม วันที่ 12-15 เม.ย.,

8.สงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน-เสียงแคน และถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น วันที่ 11-18 เม.ย.,

9.มหาสงกรานต์อีสานหนองคาย วันที่ 12-15 เม.ย.,

10.หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ วันที่ 11-13 เม.ย.,

11.Songkran On The Beach 2012 จ.ภูเก็ต วันที่ 12-13 เม.ย.,

และ 12.มหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 11-15 เม.ย.


ผู้ ว่าการ ททท. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย

ยังกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ และขานรับนโยบายปีมหัศจรรย์เมืองไทย 2555 จัดแพ็กเกจท่องเที่ยวเส้นทางพิเศษ ?มหัศจรรย์สงกรานต์ไทย ปี 2555? สู่ 5 ภูมิภาค คือ 1.สงกรานต์สุโขทัย เมืองมรดกโลก ร่วมสรงน้ำโอยทาน ศรีสัชนาลัย วันที่ 12-14 เม.ย. 2.Miracle สรงน้ำสงกรานต์ ก้าวผ่านความศรัทธาประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี วันที่ 15-17 เม.ย. 3.สงกรานต์แห่ต้นดอกไม้ เพื่อเป็นพุทธบูชา อ.นาแห้ว จ.เลย วันที่ 13-15 เม.ย. 4.สงกรานต์สีสันสองแผ่นดินถิ่นแคบสุดของไทย 450 เมตร วันที่ 13-15 เม.ย. เส้นทางตราด-เกาะกง และ 5.มหัศจรรย์สงกรานต์นางดาน วันที่ 13-15 เม.ย. เส้นทางกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช