วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

5 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนออกกำลังกาย




 หลาย ๆ คนมักจะกินตามใจปาก เพราะคิดว่าร่างกายจะเผาผลาญอาหารทั้งหมดด้วยการออกกำลังกายภายในครั้งเดียว แต่จริง ๆ แล้วหากคุณอยากจะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้น ก็ควรควบคุมอาหารไปพร้อม ๆ กับการออกกำลังกายด้วย เพราะหากคุณรับประทานอาหารไม่ถูกต้อง อาหารเหล่านั้นก็จะให้โทษมากกว่าให้คุณประโยชน์กับร่างกาย ง้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีอาหารประเภทใดบ้างที่ไม่ควรรับประทานก่อนออกกำลัง กาย
1. อาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง


เพราะ น้ำตาลที่ผสมอยู่ในของหวานหรือขนมหวานต่าง ๆ ทำให้อาหารเหล่านี้มีสารคาร์โบไฮเดรตสูง และเมื่อร่างกายของคุณรับคาร์โบไฮเดรตเข้าไปมาก ๆ ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง เกิดอาการหน้ามืดตาลายในระหว่างออกกำลังกายหรืออาจสูญเสียการควบคุมร่างกาย ก็ได้ ทางที่ดีหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนี้ไว้ดีกว่า
2. อาหารฟาสต์ฟู้ด

การ ไปออกกำลังกายแค่ 1-2 ชั่วโมง ไม่สามารถเผาผลาญไขมันที่คุณได้รับจากแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย อาหารสุดโปรดของคุณได้หรอก เพราะในอาหารเหล่านั้นมีปริมาณไขมันสูงมาก ซึ่งกว่าร่างกายของคุณจะย่อยไขมันได้ก็ใช้เวลาตั้ง 4 ชั่วโมง เป็นช่วงที่กระเพาะอาหารของคุณทำงานหนักมาก จึงทำให้ร่างกายต้องดึงเลือดจากส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ส่งไปยังกระเพาะอาหารเพื่อย่อยไขมัน ก็เลยทำให้คุณรู้สึกเฉื่อยชาไม่ค่อยอยากจะขยับแขนยับขาออกกำลังมากสักเท่า ไหร่นั่นเอง

3. ช่วงท้องว่าง

ปกติ ร่างกายจะดึงพลังงานที่ได้จากอาหารมาใช้ แต่เมื่อท้องว่างร่างกายของคุณก็จะดึงพลังงานสำรองหรือดึงไกลโคเจนมาใช้แทน ซึ่งหากระดับไกลโคเจนลดลง ก็จะทำให้ร่างกายของคุณอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายขึ้น ดังนั้นก่อนออกกำลังกายก็ควรทานอาหารรองท้องสักหน่อย เช่น ผลไม้สักชิ้นสองชิ้น กล้วยสักใบ หรือโยเกิร์ตสักถ้วย เอาไว้เพิ่มพลังงานสำหรับออกกำลังกายหน่อยก็ดี

4. เครื่องดื่มให้พลังงาน

เพราะ เครื่องดื่มประเภทนี้มีส่วนผสมคาเฟอีน (รวมทั้งมีปริมาณน้ำตาลมาก) ซึ่งคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาททำให้นอนไม่หลับ ส่งผลทำให้ร่างกายของคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วคุณจะรู้สึกอ่อนเพลีย รวมทั้งรู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา

5. ไข่ไก่ดิบ

บาง คนคิดว่าการรับประทานไข่ไก่ดิบจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ แต่จริง ๆ แล้วการรับประทานไข่ไก่ดิบนั้น นอกจากจะไม่ได้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของคุณแล้ว ยังอาจทำให้คุณท้องเสียได้ง่าย ๆ อีกด้วย ดังนั้นคุณก็เปลี่ยนมารับประทานไข่ไก่ต้มสุกจะดีกว่า
เห็น ไหมครับว่านอกจากการออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถ้ารับประทานอาหารที่มีคุณค่าก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ แต่หากคุณทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ก็จะทำให้คุณอ่อนเพลีย และส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณด้วย นอกจากนี้ควรทานก่อนเริ่มออกกำลังกายประมาณ 45 นาที เพื่อสะสมพลังงานเอาไว้ก่อนเลย และจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดยามต้องออกแรงอีกด้วย

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เว็บไซต์ต่างชาติเปิดเผย 5 สาเหตุ ว่าทำไมระดับภาษาอังกฤษคนไทยรั้งท้ายในอาเซียน

เว็บไซต์ TastyThailand ออกมาเปิดเผยบทความน่าสนใจ โดยตั้งหัวข้อว่า ทำไมภาษาอังกฤษของไทยถึงแย่อันดับท้ายๆในอาเซียน เพราะระบบการศึกษางั้นหรือ? และออกมาวิเคราะห์ว่าทำไมถึงเป็นเพราะสาเหตุนั้น
เราลองมาอ่านดูและพิจารณาว่าเป็นจริงแค่ไหนที่ระบบการศึกษาไทย ทำให้เด็กไทยไม่เก่งอังกฤษสักที….

english-language-thai-school-education
- ระบบการศึกษาไทยเน้นท่องจำ
ระบบการศึกษาไทยสอนให้เด็กท่องจำจากที่ครูสอน แกรมมาร์และคำศัพท์ถูกเขียนบนกระดานดำ ให้เด็กอ่านและจำ ซึ่งไม่มีการวิเคราะห์พูดคุย หรือตั้งคำถามคำตอบเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ตอนเรียน

english-language-thai-school-education2
- ไม่มีการสอนคิดแบบวิเคราะห์
การเรียนการสอนของไทยนั้น สอนให้รับรู้ ไม่ต้องคิดและไม่ต้องถามว่าสิ่งที่สอนนั้นถูกต้องจริงหรือ ซึ่งคนไทยต้องหัดคิดวิเคราะห์เพื่อแยกแยะโครงสร้างซับซ้อนของภาษา แต่พวกเขาทำไม่ได้ รวมถึงการขาดความสามารถด้านนี้ ทำให้คนไทยไม่กล้าพูดอังกฤษเข้าไปอีก

english-language-thai-school-education3- ครูไทยด้อยคุณภาพ
ข้อนี้อาจจะกระทบครูหลายคน ครูไทยไม่ใช่บุคลากรที่ยอดเยี่ยมมากทางด้านภาษาอังกฤษ แถมยังเติบโตมาพร้อมกับการสอนภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน รวมถึงตัวครูเองก็ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง

english-language-thai-school-education4
- ครูต่างชาติไม่ได้มาตรฐาน
เมื่อครูไทยด้อยคุณภาพ หลายๆโรงเรียนมีแนวคิดจ้างครูต่างชาติ แต่เนื่องจากไม่สามารถจ่ายเงินเดือนสูงมาก ทำให้บางครั้งก็ได้ครูไม่มีมาตรฐาน เช่น จบปริญญาแต่ไม่ได้เรียนด้านการสอน ไม่มีวุฒิปริญญา หรือที่ร้ายสุดคือใช้วุฒิปริญญาปลอมมาสมัครเป็นครู

english-language-thai-school-education5
- กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการไทย แม้จะมีการเปลี่ยนนโยบายมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ช่วยพัฒนาการศึกษาไทยได้ คงต้องรอให้ระบบมาตรฐานกระทรวงและครูไทยสูงขึ้น อย่างเช่นจ่ายเงินเดือนครูมากขึ้น ดึงดูดคนมีความสามารถมาทำงานเป็นครูให้ได้

 

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผลสำรวจเผย 10 อันดับภาษา เรียนแล้วมีโอกาสได้งานมากที่สุดในอังกฤษ

ในยุคนี้ ว่ากันว่าการเรียนรู้แค่ 2 ภาษา คือภาษาไทยของเรา และภาษาอังกฤษ อาจจะไม่เพียงพอต่อการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะหลังการเปิดประชาคมอาเซียน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาที่ 3 เอาไว้อีกด้วยเพื่ออนาคตของเราเอง
คราวนี้เรามีผลสำรวจน่าสนใจจากทางอังกฤษ ว่าผู้จัดการบริษัทต่างๆแนะนำให้เรียนภาษาอะไร มาจัดเป็น 10 อันดับภาษาที่มีโอกาสได้งานทำมากที่สุดในอังกฤษ ลองมาชมกันเลยนะครับ….

best-language-for-getting-job
10. Portuguese
เนื่องจากการเจริญเติบโตของอเมริกา โดยเฉพาะบราซิล ที่จะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 ตามด้วยโอลิมปิค 2016 จึงเป็นโอกาสอันดีที่เศรษฐกิจจะขยายตัว การจ้างงานและโอกาสทำงานของคนพูดโปรตุกีสได้ก็ย่อมมีมากขึ้น

best-language-for-getting-job2
9. Japanese
ในเมืองไทยก็มีคนญี่ปุ่นมาอยู่อาศัยมาก รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นที่มาลงทุนอีกนับไม่ถ้วน การเรียนภาษาญี่ปุ่นจึงเป็นโอกาสอันดีให้เราได้มีงานทำ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

best-language-for-getting-job3
8. Russian
จากผลสำรวจล่าสุด พบว่ารัสเซียเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เป็นเป้าหมายหลักของทางอังกฤษ มีการเจริญเติบโตของแนวโน้มการบริโภคภายในประเทศ ที่นำเข้าสินค้าจากต่างชาติมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

best-language-for-getting-job4
7. Cantonese (ภาษาจีนกวางตุ้ง)
มีคนพูดภาษาจีนกลางเป็นภาษาแม่มากกว่า 70 ล้านคนทั่วโลก แถมยังเป็นภาษาราชการของทางฮ่องกง ซึ่งน่าลงทุนและมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากในเอเชีย การเรียนรู้ภาษาจีนจึงช่วยได้เป็นอย่างยิ่ง

best-language-for-getting-job5
6. Arabic
แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก หนึ่งในนั้นคือตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศกาตาร์ที่เศรษฐีต่างขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศอย่างมหาศาล การได้เรียนรู้ภาษานี้เหมือนกับการเปิดโลกธุรกิจให้กว้างขึ้นนั่นเอง

best-language-for-getting-job65. Polish
เหล่าผู้จัดการในอังกฤษประมาณ 19% เห็นตรงกันว่าประเทศโปแลนด์คืออีกหนึ่งประเทศที่มีอัตราการบริโภคเติบโต และสั่งนำเข้าสินค้าจากอังกฤษสูงมาก ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นอะไรที่น่าสนใจจากประเทศนี้ก็ได้ และยังมีชาวต่างชาติที่รู้ภาษานี้ไม่มากนักด้วย

best-language-for-getting-job7
4. Mandarin (ภาษาจีนกลาง)
ภาษาที่มีคนพูดกันมากที่สุดในโลก และยังเป็นภาษาราชการของประเทศจีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นๆของโลก เป็นที่คาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของโลกยุคใหม่ คงจะเป็นเรื่องดีที่เราจะหัดเรียนรู้ภาษานี้เอาไว้

best-language-for-getting-job8
3. Spanish
ภาษาสเปน นอกจากจะใช้ในประเทศสเปนแล้ว ยังถือเป็นภาษาที่ใช้มากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งช่วงหลังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ โดยผลการสำรวจกว่า 37% เห็นตรงกันว่าภาษาสเปนนั้นจำเป็นต่อโลกธุรกิจในอนาคต

best-language-for-getting-job9
2. French
ถึงแม้ว่าช่วงหลังความนิยมของการเรียนภาษาฝรั่งเศสลดน้อยลงไป และมีการเน้นเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษในประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น แต่เหล่าผู้จัดการบริษัทกว่า 49% ยืนยันว่าภาษาฝรั่งเศสจำเป็นต่อบริษัทเป็นอย่างมาก

best-language-for-getting-job10
1. German
ประเทศเยอรมัน มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป พร้อมกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจมีชื่อเสียงเป็นระดับโลก จึงไม่แปลกใจที่บริษัทอังกฤษล้วนอยากจะจ้างคนที่รู้ภาษาเยอรมันเพื่อทำงาน ด้วย เพราะสามารถหาผลประโยชน์จากประเทศใหญ่นี้ได้นั่นเอง